สีเลือดในอุจจาระบ่งบอกโรค

ถ่ายเป็นเลือด หรือ มีลิ่มเลือดปะปนอยู่กับอุจจาระนั้น มีสาเหตุและต้นตอมากมาย ซึ่งเราสามารถสำรวจตนเองได้โดยการสังเกตจากสีของเลือด และ อาการผิดปกติต่างๆที่เกิดขึ้นในร่างกาย เพื่อที่เราจะสามารถบอกอาการต่างๆ ให้กับแพทย์ได้อย่างครบถ้วน เป็นประโยชน์ในการวินิจฉัยโรคต่อไป

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการถ่ายอุจจาระเป็นเลือด
สาเหตุดังกล่าวเกิดจากโรคต่างๆ ซึ่งจะแบ่งโรคตามสีของเลือดได้ดังนี้

1.เลือดสีแดงสด

ท้องผูก(อุจจาระแข็ง) อาการนี้เกิดจากลำไส้มีการบีบตัวหรือเคลื่อนตัวช้า ซึ่งทำให้อุจจาระตกค้าง ลำไส้จึงดูดซึมน้ำกลับ ทำให้อุจจาระแข็งต้องออกแรงเบ่งมากจึงจะถ่ายออกมาได้ ในขณะถ่ายจะรู้สึกเจ็บหรือแสนบริเวณรูทวาร เมื่ออุจจาระผ่านรูทวารจะมีเลือดสีแดงสดติดปนหรือออกมาหลังอุจจาระเสร็จแล้ว

โรคริดสีดวงทวารหนัก เนื้อเยื่อหูรูดบริเวณทวารหนักมีอาการบวม โป่งพอง และมีหลอดเลือดบางส่วนยื่นออกมาจากทวารหนัก มีอาการคัน เจ็บและปวดบริเวณทวารหนัก ทำให้เลือดสีแดงสดหยดออกมาพร้อมกับการถ่ายอุจจาระหรือหลังการถ่ายอุจจาระ

ติ่งเนื้อในลำไส้ เลือดออกในลำไส้ตรง(เป็นส่วนสุดท้ายของลำไส้ใหญ่)เล็กน้อย มีเลือดปนอุจจาระ มีเมือกขับออกมาจากทวาร ท้องร่วงหรือท้องเสีย ปวดท้อง


2.เลือดสีแดงคล้ำ

โรคลำไส้ใหญ่อักเสบ มีอาการปวดท้อง ท้องร่วง บางรายอาจเกิดอาการท้องร่วงกะทันหันและอาจถ่ายวันละ 10-20 ครั้ง จนบางครั้งทำให้ผู้ป่วยต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อถ่าย เจ็บที่ลำไส้ตรง และลำไส้ตรงมีเลือดออก


3.เลือดสีดำ

เป็นแผลในกระเพาะอาหาร จะมีอาการปวดท้องส่วนบน อาการดีขึ้นชั่วคราวเมื่อได้ทานอาหารบางชนิด หรือการทานยาเคลือบกระเพาะหรือยาลดกรด คลื่นไส้ แน่นท้อง รวมไปถึงถ่ายอุจจาระเป็นเลือดสีดำ หากปวดท้องมาก คลื่นไส้อาเจือน อาจจะเป็นโรคกระเพาะทะลุ ควรไปพบแพทย์โดยด่วน

การกินยาบำรุงเลือด จะทำให้อุจจาระที่ออกมามีสีเทาดำ ถ้าหลังกินยาบำรุงเลือดไปแล้วมีอุจจาระสีเทาดำก็ไม่ต้องตกใจไป ถ้าอยากตรวจเช็กว่ายาบำรุงเลือดที่ผลทำให้อุจจาระดำจริงไหม ให้หยุดกินยาบำรุงเลือดสักระยะหนึ่ง ถ้าหากอุจจาระไม่เป็นสีดำแล้วก็แสดงว่าอุจจาระดำเกิดจากการกินยาบำรุงเลือดนั้นเอง

การกินอาหารที่มีเลือดสัตว์ผสมอยู่ เลือดสัตว์ที่ติดมากับอาหารนั้นก็มีผลทำให้อุจจาระเป็นสีดำได้ เช่นการกินเลือดหมู เลือดไก่ อาการอุจจาระดำจะหายไปหลังจากเราหยุดกินอาหารที่มีเลือดสัตว์อยู่


4.เลือดปนมูก

โรคบิด โรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ ซึ่งก่อให้เกิดอาการท้องเสียชนิดมีเลือดหรือมีมูกปนออกมา โรคนี้เกิดจากการรับประทานอาหารไม่ถูกสุขอนามัยหรืออาหารที่มีเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อนอยู่

โรคบิดเกิดจากเชื้อ 2 ชนิดคือ

เชื้อแบคทีเรีย
เรียกอีกอย่างว่า โรคบิดไม่มีตัว อาการที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียจะรุนแรง มีอาการปวดท้องบิดอย่างรุนแรง มีไข้ ถ่ายอุจจาระเหลว บางรายถ่ายเป็นเลือดปนมูก
เชื้อพยาธิ
เรียกอีกอย่างว่า โรคบิดมีตัว เชื้อนี้อาการจะไม่รุนแรง เช่น ปวดท้องไม่รุนแรง มีไข้แต่ไม่สูง อุจจาระมีเลือดปนมูกแต่ส่วนมากอุจจาระจะไม่เหลว

โรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่ โรคนี้ระยะแรกจะไม่มีอาการอะไร กินเวลานานหลายปีก่อนที่จะเริ่มมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด เมื่อก้อนโตมากขึ้นกลายเป็นแผลจึงจะมีอาการเลือดออก ลำไส้อุดตัน หรือลำไส้ทะลุ มีเลือดปนมูกออกมากับอุจจาระ มีอาการปวดเวลาขับถ่ายอุจจาระและมักมีอาการท้องเสีย ท้องผูกเรื้อรังร่วมด้วย

โรคลำไส้ขาดเลือด เป็นความผิดปกติของระบบหลอดเลือดในช่องท้องที่มีความรุนแรง เมื่อลำไส้ไม่มีเลือดไปเลี้ยงจะเกิดการหดตัว อุจจาระที่อยู่บริเวณนั้นจะดันลำไส้ทำให้เกิดแผล จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เลือดออก ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบให้การวินิจฉัย และรักษาโดยเร็ว เนื่องจากอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจนเสียชีวิตได้


ที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ เราสามารถลดความเสี่ยงของอาการต่างๆเหล่านี้ได้…
ยาตราปลามังกร” บำรุงระบบขับถ่าย เพิ่มสมดุลให้กับระบบทางเดินอาหารเป็นยาระบายอ่อนๆ
ช่วยให้ถ่ายง่าย สบายท้อง รักษาโรคริดสิดวงทวารหายขาด!!


คลิกเพื่อแอดไลน์ได้เลยค่ะ
คลิกเพื่อแอดไลน์ได้เลยค่ะ
คลิกเพื่อพูดคุยกับแอดมินผ่านเฟสบุค
คลิกเพื่อพูดคุยกับแอดมินผ่านเฟสบุค
ในเวลาทำการ 8.30 – 16.30 วันจันทร์ถึงศุกร์
รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ salepage-footer.jpg