สารสเตอรอยด์ เป็นสารที่อยู่ในกลุ่มของสารอินทรีย์ที่มีโครงสร้างคล้ายคอเลสตอรอล สามารถพบได้ทั้งใน สัตว์ พืช และสาหร่าย ในร่างกายของคนเราจะถูกสร้างขึ้นที่ต่อมหมวกไตและถูกนำมาใช้ในกระบวนการต่างๆของร่างกาย เช่น ฮอร์โมนเพศ สารต้านการอักเสบ สารที่ใช้ในการสร้างกล้ามเนื้อและกระดูก เป็นต้น

ส่วนสารสเตอรอยด์ที่ได้มาจากการสังเคราะห์จากสัตว์จะถูกนำมาใช้ในการรักษาทางการแพทย์ โดยเฉพาะลดอาการปวดอักเสบ แต่การใช้ยาที่มีส่วนผสมของสารสเตอรอยด์เหล่านี้จะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์เท่านั้น เพราะถ้าหากใช้ยาที่ผสมสารกลุ่มนี้มากเกินไปจะส่งผลให้เกิดผลข้างเคียง(side effect) ตั้งแต่เล็กน้อยไปถึงขั้นรุนแรง เช่น ผิวมีรอยแตก ตาเกิดต้อกระจก มีภาวะทางจิต ความดันโลหิตสูง กระดูกผุ กล้ามเนื้อลีบอ่อนแรง กระเพาะอาหารอักเสบ ต่อมหมวกไตทำงานผิดปกติ เป็นต้น เนื่องจากสารสเตอรอยด์ที่ถูกสังเคราะห์จากสัตว์จะออกฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็วและเห็นผลได้ทันที จึงถูกนิยมนำมาใช้ผลิตยาที่ผิดกฎหมายโดยการเติมสารสเตอรอยด์ที่อยู่ในกลุ่มคอร์ติโคสเตอรอยด์ไปกับยาบางตัว  เช่น เดกซาเมทาโซน (dexamethasone) เพรดนิโซโลน (prednisolone) เป็นต้น ดังนั้นยาที่ผลิตขึ้นมาโดยไม่มีมาตรฐานควบคุมหรือลักลอบผลิตจึงเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้

 

พืชสมุนไพรมีสารสเตอรอยด์หรือไม่

พืชก็เป็นสิ่งมีชีวิต ดังนั้นพืชจึงมีการสร้างสารสเตอรอยด์เพื่อการดำรงชีวิตและป้องกันตนเองจากแมลงเช่นกัน สารประกอบที่มีโครงสร้างคล้ายคลึงกับพวกสเตอรอยด์เหล่านี้ สำหรับพืชจำแนกได้เป็น 2 กลุ่มคือ Phytosterolsและ Brassinosteroids ซึ่งนอกจากโครงสร้างทางเคมีของสเตอรอยด์จากพืชและสเตอรอยด์จากสัตว์จะแตกต่างกันแล้ว ยังไม่พบผลข้างเคียงของสเตอรอยด์จากพืชด้วย ฉะนั้นยาแผนโบราณจากพืชสมุนไพรที่ผลิตได้มาตรฐานและถูกต้องตามกฎของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาและไม่มีสารสเตอรอยด์จากสัตว์เจือปน เช่น กลุ่มคอร์ติโคสเตอรอยด์ ย่อมไม่มีผลข้างเคียงจากการใช้

Phytosterols (ไฟโตสเตอรอล) เป็นสารในตระกูลที่มีโครงสร้างทางเคมีใกล้เคียงกับคอเลสเตอรอลซึ่งพบได้ในพืช ที่นิยมใช้เพื่อการบริโภคคือ plant stanolซึ่งเป็นกลุ่มย่อยของไฟโตสเตอรอลนั่นเองไฟโตสเตอรอลพบได้ในเซลล์และเนื้อเยื่อพืช เช่นในเมล็ด ลำต้น เหง้าหรือดอกของพืช โดยมีหน้าที่เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของเซลล์พืช รักษาความคงตัวของเยื่อหุ้มเซลล์ (cell membrane stabilizer) นอกจากนี้ยังมีหน้าที่อื่น ๆ อันจำเป็นต่อการดำรงชีพของพืช เช่น มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อราได้

เพิ่มเติม : ไฟโตสเตอรอลมีโครงสร้างทางเคมีที่คล้ายกับคอเลสเตอรอล คือเป็นวงแหวนขนาดใหญ่หลายวงเรียกว่า cyclopentanophenanthrene โดยความแตกต่างระหว่างไฟโตสเตอรอลและโคเลสเตอรอลนั้น อยู่ที่ตำแหน่งบริเวณสายข้าง (side chain) ของโมเลกุลเท่านั้น

(ที่มา :http://www.scielo.br/scielo.php?pid=S0101-20612010000500002&script=sci_arttext)

 

ไฟโตสเตอรอลที่พบมากในธรรมชาติแบ่งได้เป็นสองกลุ่ม คือ plant sterol (เช่น sitosterol) และ plant stanol (เช่น sitostanol) ทั้งนี้ plant stanolสามารถลดระดับสารประกอบคอเลสเตอรอลในเลือดได้กลไกการลดระดับคอเลสเตอรอลจากการบริโภค plant stanol นั้น คาดว่าเป็นเพราะการที่มีโครงสร้างทางเคมีคล้ายกัน ทำให้สารทั้งสองกลุ่มนี้ แข่งขันกันในกระบวนการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านทางลำไส้เล็ก นอกจากนี้ยังเชื่อว่าไฟโตสเตอรอลที่ถูกดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือดจะรวมตัวกับสาร lipoprotein กลุ่มความหนาแน่นต่ำ (low density lipoprotein – LDL) เป็นไมเซลล์ได้เช่นเดียวกับคอเลสเตอรอล แต่ว่าเป็นก้อนไมเซลล์ที่ร่างกายไม่สามารถใช้เป็นพลังงานหรือนำไปใช้งานอื่นได้จึงถูกขับออกไปจากร่างกายโดยเร็ว เป็นผลให้ระดับคอเลสเตอรอลโดยรวมในร่างกายลดลง(ไฟโตสเตอรอลและผลต่อสุขภาพ, 2554)

 

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับยาแผนโบราณและสารสเตอรอยด์

เนื่องจากผาแผนโบราณจากพืชสมุนไพรส่วนใหญ่จะออกฤทธิ์ค่อนข้างช้า จึงมีพ่อค้าหัวใสลักลอบเติมสารสเตอรอยด์ของสัตว์กลุ่มคอร์ติโคสเตอรอยด์ลงไปเพื่อลดอาการปวดอย่างรวดเร็ว และขายยาเหล่านี้ให้แก่ผู้ไม่มีความรู้ความเข้าใจ ยกตัวอย่าง เมื่อปี 2552 ผู้ป่วยรายหนึ่งถูกปลิงกัดที่ข้อเท้าซ้าย มีผื่นบวมแดงขึ้นที่ขาทั้ง 2 ข้าง ตั้งแต่ข้อเท้าถึงใต้เข่า ได้รักษาตัวเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลร้อยเอ็ด ญาติเล่าให้ฟังว่าผู้ป่วยนอนซม ไม่มีแรง กินอาหารไม่ได้ อาเจียนติดต่อกันหลายวัน เนื่องจากในขณะที่อยู่โรงพยาบาลไม่ได้กินยาเม็ดสีส้ม ญาติจึงแอบเอายาเม็ดสีส้ม 2 เม็ดให้กิน อาการจึงดีขึ้น (สุภาวดี เปล่งชัย และ เด่นชัย ดอกพอง, 2555) เป็นต้น จะเห็นได้ว่าชาวบ้านไม่มีความเข้าใจว่ายาที่บริโภคอยู่นั้นมีสารสเตอรอยด์ผสมอยู่ จากอาการดังกล่าวพบว่าเมื่อผู้ป่วยได้ยาจะรู้สึกดี ไม่ปวดเมื่อยและแข็งแรง ในวันแรก ๆ แต่เมื่อฤทธิ์ของยาหมดอาการข้างเคียงต่าง ๆ ก็ตามมา คือ ไม่มีแรง อาเจียน ทานอาหารไม่ได้ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นฤทธิ์ของสารสเตอรอยด์ของสัตว์

เนื่องจากการตีความที่ผิดพลาดของสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ทำให้ยาแผนโบราณรวมไปถึงยาลูกกลอนถูกเข้าใจผิดว่าผสมสารสเตอรอยด์ ยิ่งพบว่าพืชมีสารที่คล้ายคลึงกับสเตอรอยด์ แม้ว่าจะมีฤทธิ์และคุณประโยชน์แตกต่างจากสเตอรอยด์จากสัตว์โดยสิ้นเชิง ยิ่งทำให้ผู้บริโภคสับสนมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ฉะนั้นยาแผนโบราณที่ผลิตได้มาตรฐานและถูกต้องตามกฎของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่มีสารสเตอรอยด์จากสัตว์ผสมอยู่และการจะเลือกรับประทานยาในแต่ละครั้งควรปรึกษาแพทย์ หรือศึกษาให้ถ้วนถี่ให้เข้าใจและเลือกยาที่ได้มาตรฐาน

 

ขอขอบคุณข้อมูลส่วนหนึ่งจาก

สุภาวดี เปล่งชัย และ เด่นชัย ดอกพอง.2555. สตีรอยด์อันตรายจริงๆ. หมอชาวบ้าน. 355: 16-18.