ผลวิจัยพบว่า สตรีตั้งครรภ์มีโอกาศเป็นริดสีดวงถึง 50%

แม้ว่าการมีริดสีดวงนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อลูกในท้อง แต่ทำให้คุณแม่ทรมานเป็นอย่างมาก และยังไม่สามารถใช้ยาต่างๆในการรักษา จนกว่าจะทำการผ่าตัดไปพร้อมๆกับการคลอดบุตร

สาเหตุที่ทำให้คนตั้งครรภ์ เป็นริดสีดวง

1.ฮอร์โมนเปลี่ยนไป ทำให้การไหลเวียนของเลือดเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณหูรูดทวารที่มีเส้นเลือดดำที่เปราะบาง เมื่ออายุครรภ์เพิ่มมากขึ้น บวกกับมดลูกขยายตัว ทำให้เกิดแรงดันที่ปากทวาร ส่งผลให้เลือดไปคั่งและโป่งพองเป็นริดสีดวงในที่สุด

2. มดลูกใหญ่ขึ้น เบียดกับลำไส้ ส่งผลให้ช่องภายในลำไส้แคบลง ทำให้การขับถ่ายยากมากขึ้น

3. ร่างกายหลั่งฮอร์โมนโปรเจสเตอโรมากขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อเรียบเกิดการคลายตัว ส่งผลให้ลำไส้ขยับตัวช้าลง

4. อาหารเสริมบางตัว อาจทำให้เกิดอาการ #ท้องผูก เป็นสาเหตุของริดสีดวง

วิธีป้องกันและบรรเทาอาการริดสีดวงในคนตั้งครรภ์

ในวิธีการป้องกัน และ บรรเทานี้ ไม่แนะนำให้ใช้ยาในการรักษา เนื่องจากอาจเกิดผลข้างเคียงกับลูกในครรภ์ ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การให้ ยาสอด/ยาทา ไม่แนะนำให้ใช้ เพราะมี คอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) ซึ่งเป็นยากลุ่มสเตียรอยด์ที่เป็นยาอันตราย อาจส่งผลต่อทารกในครรภ์โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์

วิธีที่ ซือแป๋แนะนำมีดังนี้

1.รับประทานอาหารที่มีกากใยมาก จำพวกผักและผลไม้ : ใยอาหารจะช่วยให้การขับถ่ายนั้นง่ายขึ้น แต่จะให้ดี ควรทานใยอาหารที่มาจากผลไม้ มากกว่าอาหารเสริมไฟเบอร์ เพราะอาจทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ง่ายยิ่งขึ้น เนื่องจากไฟเบอร์ที่เป็นผง จะดูดน้ำในระบบทางเดินอาหาร ส่งผลให้อุจจาระแห้ง แข็ง ขับถ่ายยาก

2.ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวัน ประมาณ 10-12 แก้วต่อวัน : เนื่องจากการดูดซึมน้ำของคุณแม่มีเพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องดื่มน้ำมากกว่าปกติ เพื่อให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น

3.ไม่กลั้นอุจจาระ : เพราะจะทำให้ลำไส้ดูดน้ำจากอุจจาระกลับเข้าสู่ร่างกาย และ
การขยับตัวของลำไส้จากสาเหตุด้านบน ส่งผลให้อุจจาระแข็ง และเกิดอาการท้องผูก

4.ออกกำลังแบบเบาๆ อย่างสม่ำเสมอ : ลำไส้จะถูกกระตุ้น และ ทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น จากการอออกกำลังกายเช่น การเล่นโยคะ ออกกำลังกายในน้ำ เป็นต้น

5.นอนตะแคงหรือยกขาพาดโต๊ะ เพื่อลดความดันในช่องท้อง ทำให้การไหลเวียนเลือดที่บริเวณทวารหนักดีขึ้น ลดการกระตุ้นอาการ ปวด บวม และ อักเสบ